ทฤษฎีพื้นฐานการพัฒนาจะศึกษาแนวคิดทฤษฎีการพัฒนาสังคมทั้งแนวคิดทฤษฎีสมัยใหม่และหลังสมัยใหม่ อาทิเช่น ทฤษฎีความทันสมัย ทฤษฎีการพึ่งพิง ทฤษฎีระบบโลก โลกาภิวัตน์และการพัฒนา วัฒนธรรมชุมชน การพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยการเรียนนั้นจะเน้นกระบวนการวิเคราะห์แนววาทกรรม เพื่อวิเคราะห์ความเป็นมาและผลกระทบของการพัฒนา ดังนั้นจึงขอยกประเด็นแนวคิดวัฒนธรรมชุมชน มาอธิบายว่ามีความสำคัญอย่างไรต่อการพัฒนาชนบท
หัวใจของการพัฒนา คือ การมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนของประชาชนเป็นการพัฒนาที่มาจากข้างล่าง โดยเน้นให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาในลักษณะของการร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมตัดสินใจ การมีส่วนร่วมถือได้เป็นการพัฒนาที่เป็นทางเลือก ซึ่งเป็นแนวคิดการพัฒนาที่ให้ความสำคัญกับประชาชน ประชาชนจะต้องเข้าร่วมโดยความสมัครใจในบานะที่เป็นผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยเข้าร่วมตั้งแต่ขั้นตอนเริ่มต้นของการพัฒนาจนถึงขั้นตอนสุดท้าย
หากเราเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา เราก็จะได้รู้ความต้องการที่แท้จริงของประชาชน ว่าประชาชนต้องการอะไร ต้องการให้พัฒนาในด้านไหนบ้าง เราต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพเพราะประชาชนมีทั้งความรู้ ทักษะ และความรับผิดชอบในการเข้าร่วมกิจกรรมการพัฒนา กิจกรรมการพัฒนาที่ประชาชนเข้าร่วมนั้นมีประสิทธิผลเป็นอย่างมาก มันทำให้ประชาชนสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยตนเองและจะนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน
การพัฒนาที่เกิดขึ้นในทุกวันนี้ ยิ่งพัฒนายิ่งทำให้ชาวบ้านจนลง โครงการพัฒนาของรัฐที่นำมาสู่ชุมชนนั้น ส่วนมากแล้วรัฐจะเป็นผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากโครงการพัฒนามากกว่าชาวบ้าน เพราะการพัฒนาบางอย่างมักจะมีผลกระทบต่อชาวบ้านทั้งด้านวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ซึ่งรัฐไม่ค่อยคำนึงถึงสักเท่าไหร่ การพัฒนาที่เกิดขึ้นจึงทำให้เกิดภาวะรวยกระจุกแต่จนกระจาย
การพัฒนานั้นจะต้องกระตุ้นจิตสำนึกของชาวบ้านทั้งผู้นำที่เป็นปัญญาชนและชนชั้นกลางที่ทำงานกับชาวบ้านจะต้องทำให้ชาวบ้านมีจิตสำนึกที่แจ่มชัดในวัฒนธรรมของเขา โดยที่ชาวบ้านและชนชั้นกลางควรร่วมกันศึกษาและวิเคราะห์ประวัติศาสตร์วัฒนธรรมและสังคมของชุมชนที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา เช่น ความเชื่อ พิธีกรรม การค้นพบและสามารถวิเคราะห์เอกลักษณ์และคุณค่าของตัวเองได้ ทำให้ชุมชนเห็นคุณค่าของการร่วมตัวกันเป็นกลุ่มและซาบซึ้งในประวัติศาสตร์การต่อสู้ร่วมกัน และที่สำคัญที่สุดคือชาวบ้านจะสามารถเห็นภัยคุกคามของการครอบงำทางวัตถุและจิตใจของวัฒนธรรมทุนนิยมและบริโภคนิยมที่มาจากภายนอก เช่น การทำให้ชาวบ้านต้องตกอยู่ภายใต้การผลิตเพื่อตลาด ทำให้ชาวบ้านพึ่งพาภายนอกสูงมากขึ้นๆและนำมาซึ่งการถูกเอาเปรียบได้ง่าย ดังนั้นการนำวัฒนธรรมชุมชนมาใช้ในการพัฒนาจะช่วยให้ชาวบ้านยังคง ทำการผลิตในขนาดที่เหมาะสมและเน้นการใช้แรงงานของครอบครัวเป็นหลัก เน้นการผลิตเพื่อครอบครัวก่อนที่จะผลิตเพื่อตลาด เน้นการพึ่งตนเองมากกว่าพึ่งพาภายนอก
การพัฒนาชนบทควรยึดแนววัฒนธรรมชุมชนเป็นแนวทางหลัก เนื่องจากชุมชนมีวัฒนธรรมเดิมของชาวบ้านที่สร้างและสะสมมาแต่โบราณและเป็นแก่นแกนของชุมชนที่ปฏิบัติการมาอยู่แล้ว เป็นวัฒนธรรมที่เน้นความสำคัญของชาวบ้าน ความเป็นชุมชนท้องถิ่น วัฒนธรรมดังกล่าวได้แก่ ความช่วยเหลือ พึ่งพาอาศัยไม่อยู่แบบตัวใครตัวมัน ไม่มีการแข่งขันเอารัดเอา เปรียบกัน มีแต่ความงดงามของน้ำใจมีความผสมผสานกลมกลืน ความเป็นกลุ่มก้อน เครือญาติ ชุมชนมีจิตสำนึกในการอยู่ร่วมกันและไม่ใช่กลุ่มคนที่มีวัฒนธรรม แบบล้าหลังหรือมีความด้อยพัฒนาที่เป็นอุปสรรค์ต่อการพัฒนา การทำความเข้าใจวัฒนธรรมชุมชนจะทำให้เห็นว่าชาวบ้านมีศักยภาพ มีสำนึกในการพัฒนาตนเองมาตั้งแต่เนิ่นนานแล้ว ไม่ใช่เป็นผู้รอคอยความช่วยเหลือจากภายนอกหรือกลุ่มคนที่ตกอยู่ภายใต้วงจรอุบาทว์ของการพัฒนาและชุมชนมีศักยภาพมีศักดิ์ศรีในการต่อต้านกับวัฒนธรรมทุนนิยมที่เป็นสิ่งมาจากภายนอก ดังนั้นการพัฒนาจึงต้องเริ่มจากฐานวัฒนธรรมเดิมของชุมชนเพราะเป็นส่วนที่แข็งแกร่งที่สุดของชาวบ้านที่จะสามารถเป็นพลังผลักดันการพัฒนาชุมชนได้ หากย้อนกลับไปดูก็จะพบว่าชาวบ้านมีประวัติศาสตร์การสร้างชุมชนมายาวนาน โดยมีความร่วมมือกันในกิจกรรมต่างๆเพื่อให้ชุมชนทั้งหมดอยู่รอดร่วมกันและต่อต้านการเอารัดเอาเปรียบจากสังคมภายนอกได้ ซึ่งการที่ชุมชนอยู่รอดได้เพราะชุมชนมีทรัพยากรมาก พึ่งพาอาศัยกัน

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น