กำลังเสริมจมูกนะคะ

วันจันทร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2555

การพัฒนาที่ยั่งยืน

 ทฤษฎีพื้นฐานการพัฒนาจะศึกษาแนวคิดทฤษฎีการพัฒนาสังคมทั้งแนวคิดทฤษฎีสมัยใหม่และหลังสมัยใหม่  อาทิเช่น  ทฤษฎีความทันสมัย   ทฤษฎีการพึ่งพิง  ทฤษฎีระบบโลก  โลกาภิวัตน์และการพัฒนา    วัฒนธรรมชุมชน  การพัฒนาอย่างยั่งยืน   โดยการเรียนนั้นจะเน้นกระบวนการวิเคราะห์แนววาทกรรม  เพื่อวิเคราะห์ความเป็นมาและผลกระทบของการพัฒนา  ดังนั้นจึงขอยกประเด็นแนวคิดวัฒนธรรมชุมชน  มาอธิบายว่ามีความสำคัญอย่างไรต่อการพัฒนาชนบท

หัวใจของการพัฒนา  คือ  การมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนของประชาชนเป็นการพัฒนาที่มาจากข้างล่าง  โดยเน้นให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาในลักษณะของการร่วมคิด  ร่วมทำ  ร่วมตัดสินใจ   การมีส่วนร่วมถือได้เป็นการพัฒนาที่เป็นทางเลือก  ซึ่งเป็นแนวคิดการพัฒนาที่ให้ความสำคัญกับประชาชน  ประชาชนจะต้องเข้าร่วมโดยความสมัครใจในบานะที่เป็นผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย  โดยเข้าร่วมตั้งแต่ขั้นตอนเริ่มต้นของการพัฒนาจนถึงขั้นตอนสุดท้าย
          หากเราเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา  เราก็จะได้รู้ความต้องการที่แท้จริงของประชาชน ว่าประชาชนต้องการอะไร  ต้องการให้พัฒนาในด้านไหนบ้าง  เราต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพเพราะประชาชนมีทั้งความรู้  ทักษะ  และความรับผิดชอบในการเข้าร่วมกิจกรรมการพัฒนา  กิจกรรมการพัฒนาที่ประชาชนเข้าร่วมนั้นมีประสิทธิผลเป็นอย่างมาก  มันทำให้ประชาชนสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยตนเองและจะนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน
          การพัฒนาที่เกิดขึ้นในทุกวันนี้  ยิ่งพัฒนายิ่งทำให้ชาวบ้านจนลง  โครงการพัฒนาของรัฐที่นำมาสู่ชุมชนนั้น  ส่วนมากแล้วรัฐจะเป็นผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากโครงการพัฒนามากกว่าชาวบ้าน  เพราะการพัฒนาบางอย่างมักจะมีผลกระทบต่อชาวบ้านทั้งด้านวิถีชีวิตความเป็นอยู่  ด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม  ซึ่งรัฐไม่ค่อยคำนึงถึงสักเท่าไหร่  การพัฒนาที่เกิดขึ้นจึงทำให้เกิดภาวะรวยกระจุกแต่จนกระจาย 
     
       การพัฒนานั้นจะต้องกระตุ้นจิตสำนึกของชาวบ้านทั้งผู้นำที่เป็นปัญญาชนและชนชั้นกลางที่ทำงานกับชาวบ้านจะต้องทำให้ชาวบ้านมีจิตสำนึกที่แจ่มชัดในวัฒนธรรมของเขา  โดยที่ชาวบ้านและชนชั้นกลางควรร่วมกันศึกษาและวิเคราะห์ประวัติศาสตร์วัฒนธรรมและสังคมของชุมชนที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา  เช่น  ความเชื่อ  พิธีกรรม  การค้นพบและสามารถวิเคราะห์เอกลักษณ์และคุณค่าของตัวเองได้  ทำให้ชุมชนเห็นคุณค่าของการร่วมตัวกันเป็นกลุ่มและซาบซึ้งในประวัติศาสตร์การต่อสู้ร่วมกัน  และที่สำคัญที่สุดคือชาวบ้านจะสามารถเห็นภัยคุกคามของการครอบงำทางวัตถุและจิตใจของวัฒนธรรมทุนนิยมและบริโภคนิยมที่มาจากภายนอก   เช่น  การทำให้ชาวบ้านต้องตกอยู่ภายใต้การผลิตเพื่อตลาด  ทำให้ชาวบ้านพึ่งพาภายนอกสูงมากขึ้นๆและนำมาซึ่งการถูกเอาเปรียบได้ง่าย  ดังนั้นการนำวัฒนธรรมชุมชนมาใช้ในการพัฒนาจะช่วยให้ชาวบ้านยังคง  ทำการผลิตในขนาดที่เหมาะสมและเน้นการใช้แรงงานของครอบครัวเป็นหลัก  เน้นการผลิตเพื่อครอบครัวก่อนที่จะผลิตเพื่อตลาด  เน้นการพึ่งตนเองมากกว่าพึ่งพาภายนอก 

       การพัฒนาชนบทควรยึดแนววัฒนธรรมชุมชนเป็นแนวทางหลัก  เนื่องจากชุมชนมีวัฒนธรรมเดิมของชาวบ้านที่สร้างและสะสมมาแต่โบราณและเป็นแก่นแกนของชุมชนที่ปฏิบัติการมาอยู่แล้ว    เป็นวัฒนธรรมที่เน้นความสำคัญของชาวบ้าน  ความเป็นชุมชนท้องถิ่น  วัฒนธรรมดังกล่าวได้แก่  ความช่วยเหลือ  พึ่งพาอาศัยไม่อยู่แบบตัวใครตัวมัน  ไม่มีการแข่งขันเอารัดเอา เปรียบกัน  มีแต่ความงดงามของน้ำใจมีความผสมผสานกลมกลืน  ความเป็นกลุ่มก้อน  เครือญาติ  ชุมชนมีจิตสำนึกในการอยู่ร่วมกันและไม่ใช่กลุ่มคนที่มีวัฒนธรรม  แบบล้าหลังหรือมีความด้อยพัฒนาที่เป็นอุปสรรค์ต่อการพัฒนา  การทำความเข้าใจวัฒนธรรมชุมชนจะทำให้เห็นว่าชาวบ้านมีศักยภาพ  มีสำนึกในการพัฒนาตนเองมาตั้งแต่เนิ่นนานแล้ว  ไม่ใช่เป็นผู้รอคอยความช่วยเหลือจากภายนอกหรือกลุ่มคนที่ตกอยู่ภายใต้วงจรอุบาทว์ของการพัฒนาและชุมชนมีศักยภาพมีศักดิ์ศรีในการต่อต้านกับวัฒนธรรมทุนนิยมที่เป็นสิ่งมาจากภายนอก  ดังนั้นการพัฒนาจึงต้องเริ่มจากฐานวัฒนธรรมเดิมของชุมชนเพราะเป็นส่วนที่แข็งแกร่งที่สุดของชาวบ้านที่จะสามารถเป็นพลังผลักดันการพัฒนาชุมชนได้  หากย้อนกลับไปดูก็จะพบว่าชาวบ้านมีประวัติศาสตร์การสร้างชุมชนมายาวนาน  โดยมีความร่วมมือกันในกิจกรรมต่างๆเพื่อให้ชุมชนทั้งหมดอยู่รอดร่วมกันและต่อต้านการเอารัดเอาเปรียบจากสังคมภายนอกได้  ซึ่งการที่ชุมชนอยู่รอดได้เพราะชุมชนมีทรัพยากรมาก  พึ่งพาอาศัยกัน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น