กำลังเสริมจมูกนะคะ

วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่างยืน

ประชาสังคมกับธรรมาภิบาลในสังคมไทย
เรวดี ประเสริฐเจริญสุข



การขับเคลื่อนของประชาสังคมให้เกิดและมีการนำหลักการธรรมาภิบาลมาใช้ในการบริหารจัดการบ้านเมือง การบริหารการจัดการหน่วยงานภาครัฐที่ดีให้เกิดขึ้นในสังคมไทยเพื่อเป็นหลักปฏิบัติการของหน่วยงานต่างๆ  สืบเนื่องจากความล้มเหลวของการพัฒนาซึ่งกําหนดและจัดการโดยรัฐซึ่งถึงแม้นจะส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนแต่ก็เป็นไปอย่างไม่มีความหมายของการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนอย่างมีนัยสําคัญเนื่องจากไม่ได้นำไปสู่การแก้ไขปัญหา  การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม  รวมทั้งการพัฒนาการเมืองตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนตามที่เห็นชอบร่วมกัน โดยมุ่งหวังสู่การแก้ไขปัญหาความเสื่อมศรัทธาที่ประชาชนมีต่อหน่วยงานรัฐ ต่อข้าราชการ หรือต่อคณะผู้บริหารการเมือง  อีกทั้งเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาระบบอุปถัมภ์ซึ่งเป็นรากเหง้าปัญหาของสังคมไทย

เป็นที่ตระหนักว่า แม้นกลุ่มประชาสังคมจะเป็นกลไกที่มีบทบาทสําคัญในการขับเคลื่อนสร้างธรรมาภิบาลให้เกิดขึ้นในสังคมไทย หากแต่การสร้างให้เกิดธรรมาภิบาลในการบริหารกิจการการเมืองการปกครองเป็นภารกิจที่ทุกๆฝ่ายทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาควิชาการ ร่วมทั้งภาคประชาชน ประชาสังคมต้องร่วมกันทํางานด้วยกัน   โดยมีเป้าหมายสู่การสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมประชารัฐ  ไม่ใช่สังคมประชาชาติที่รัฐและนักการเมืองมีบทบาทเป็นหลักดั่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ผู้เขียนมีความเชื่อว่าการบริหารจัดการการเมืองการปกครองบนฐานแนวคิดและหลักการธรรมาภิบาลจะเป็นรูปธรรมที่เป็นจริงก็ต่อเมื่อประชาชนตระหนักในฐานะความเป็นพลเมืองของตนเองซึ่งมีสิทธิและหน้าที่ความชอบธรรมที่พึ่งได้รับและพึ่งปฏิบัติ ในขณะที่ภาคประชาชนเองก็ถือเป็นวาระของภาคประชาชนที่จะต้องร่วมกันขับเคลื่อน นอกจากการที่บุคคลากรของหน่วยต่างๆทุกระดับ  ได้มีความสำนึกและความตระหนัก ในความสําคัญและความจำเป็นที่จะต้องสร้างให้ธรรมาภิบาลมีเกิดขึ้นในหน่วยงานของตน
ดังนั้นการจะสร้างและผลักดันให้เกิดธรรมาภิบาลจำเป็นที่จะต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคคล  การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์  โดยมุ่งหวังว่าตัวบุคคลซึ่งมีความตระหนักและเห็นความสําคัญจะเป็นกลไกที่เป็นยุทธศาสตร์สร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ในวิธีการบริหาร การจัดการ การปฏิบัติตน  บนฐานคนที่มีคุณธรรม  มีความซื่อสัตย์สุจริตต่อหน้าที่ ไม่แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน  หากแต่ดำเนินการในบทบาทหน้าที่ต่างๆ  ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประโยชน์ส่วนร่วม บนเป้าหมายร่วมกันสู่การพัฒนาสังคมไทยโดยรวม  สู่สังคมการพัฒนาที่ยั่งยืน

ประวัติศาสตร์ประเทศไทย แสดงให้เห็นถึงบทบาทประชาชนที่มีการรวมตัวเป็นกลุ่มขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาเมื่อถูกกระทําจากผู้ปกครองต่อเนื่องมา แม้นจะไม่ได้เรียกขานปฏิบัติการต่างๆเหล่านั้นว่ากลุ่มประชาสังคมก็ตาม การรวมตัวและพัฒนาการปฏิบัติการภาคประชาชนได้ขยายเติบโตเป็นกลุ่ม เป็นขบวนการและเครือข่ายหลากหลายตามสภาพปัญหา แนวคิด ความสนใจ อุดมการณ์ที่มีร่วมกัน ซึ่งเป็นปัจจัยร้อยรัดก่อเกิดปฏิบัติการความร่วมมือ โดยมีรูปธรรมปฏิบัติการในหลายลักษณะแตกต่างกันไป อันสะท้อนการสร้างและขยายพื้นที่การเมืองสาธารณะสู่การเปลี่ยนแปลงให้เกิดการพัฒนาระบบการเมือง เศรษฐกิจ สังคม โดยมุ่งหวังการเปลี่อนแปลงที่มีหลักประกันการมีคุณภาพชีวิตที่ดีให้เกิดขึ้นโดยสังคม โดยประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนด ไม่ให้ตกอยู่ภายใต้การบริหารจัดการรวมศูนย์เฉพาะโดยภาคการเมือง หน่วยงานของรัฐ และกลุ่มผู้มีอิทธิพลเท่านั้น

ประชาสังคมเป็นกลไกที่มีอิสระจากรัฐและทุน  เป้าประสงค์การขับเคลื่อนในสังคมเป็นไปเพื่อ การสร้างหลักประกันชีวิตความเป็นอยู่ ความมั่นคงด้านอาหาร ในการงานอาชีพ สร้างให้เกิดสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคเท่าเทียม ความเป็นธรรม

ประเด็นสำคัญของการขับเคลื่อนของประชาสังคม คือการสร้างและส่งเสริมสังคมที่อยู่ร่วมกันบนหลักการสิทธิมนุษยชน ที่เคารพสิทธิ เสรีภาพของบุคคล ส่งเสริมความเสมอภาค การสร้างหลักประกันความยุติธรรม และการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนอย่างเท่าเทียม การส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาชนในการวางแผนเศรษฐกิจสังคมและการเมือง การร่วมกำหนดนโยบายเศรษกิจ สังคม รวมทั่ง การตัดสินใจทางการเมือง และการตรวจสอบการใช้อำนาจในระดับ

การขับเคลื่อนของประชาสังคมไทยเพื่อลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชนได้มุ่งสู่ประเด็นการสร้างหลักประกันการกระจายของอำนาจ การรับรองสิทธิชุมชน การส่งเสริมการมีส่วนร่วมชุมชนท้องถิ่น ในการเข้าถึงอนุรักษ์ฟื้นฟูและการใช้ประโยชน์ จากทรัพยากรธรรามชาติ และความหลากหลายทางชีวิภาพอย่างสมดุลรวมทั้งการมีส่วนร่วมในการส่งเสริมบำรุงรักษา และคุ้มครองคุณภาพสิ่งแวดล้อมตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนนอกจากนี้ ประเด็น การคุ้มครองและส่งเสริมความเสมอภาคของหญิงชาย การสร้างหลักประกันให้ประชาชนมีหลักประกัน การเข้าถึงและได้รับบริการขั้นพื้นฐาน ด้านการศึกษา การดูแลด้านสุขภาพ และจัดหาและจัดบริการสาธารณูปโภคให้กับประชาชน อย่างมีคุณภาพ รวมทั้งการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพความเสมอภาค เท่าเทียม ของกลุ่มคนเปราะบางและ ผู้ด้อยโอกาส ไม่ให้ถูกเลือกปฏิบัติ การเสริมสร้างความเข้มเข็งในการพัฒนาการอาชีพฐานราก การสร้างหลักประกัน การมีงานทำ การคุ้มครองผู้บริโภครวมทั้ง การสร้างอธิปไตยในการบริหารการจัดการใด ๆ  เพื่อป้องกันเอกชนและกิจกรรมสาธารณะสร้างความเป็นธรรมในสังคม ไม่เอื้อประโยชน์กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

การขับเคลื่อนเพื่อสร้างธรรมมาภิบาลในการบริหารจัดการบ้านเมือง และการจัดการองค์กรภาครัฐถือเป็นวาระประชาชนที่ต้องผนึกกำลังดำเนินต่อเนื่องบนรูปธรรมปัญหาและสาระเรื่องต่างๆที่มีหลากหลายแตกต่างซึ่งภาคประชาชนเผชิญอยู่ ทั้งนี้โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือการปกครอง การบริหาร การจัดการ การควบคุมดูแลกิจการต่าง ๆ ให้เป็นไปตามครรลองคลองธรรม รวมไปถึงการมีศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม ความถูกต้องชอบธรรมทั้งปวงที่พึงมีและพึงปฏิบัติ ทั้งนี้สะท้อนรูปธรรมได้จากการบริหารจัดการองค์กรที่มีความโปร่งใส การสามารถตรวจสอบได้ การปราศจากการแทรกแซงของผู้มีอิทธิพล นักการเมืองและนายทุน ประชาชนมีส่วนร่วมในการรับรู้ กำหนด และตรวจสอบ


*เรวดี ประเสริฐเจริญสุข : ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
เอกสารประกอบการประชุมวิชาการประจำปีสถาบันพระปกเกล้า ปี 2551  ณ สำนักงานสหประชาชาติ ระหว่างวันที่ 4-6 พฤศจิกายน 2551

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น